เช่า McLaren 720S กรุงเทพ
ซุปเปอร์คาร์สีดำ 720 แรงม้า
M840T V8 Twin-Turbo · 720 แรงม้า · 0-100 ใน 2.9 วิ · 341 กม./ชม. · ประตูปีกนก · ราคา 189,000 บาท/วัน
720
แรงม้า · HP
2.9
0-100 กม./ชม. (วิ)
189,000
บาท/วัน · THB
หากคุณกำลังมองหารถซุปเปอร์คาร์ ที่ได้ชื่อว่าขับที่สุดในรุ่น และเป็นรถที่หายาก และในเมืองไทยไม่มีใครมีให้ลองเช่าขับ วันนี้ คุณสามารถ เช่ารถ Mclaren 720S รุ่นใหม่ล่าสุดคันนี้ขับเองได้เลย เรารู้ว่าคุณอยากลอง McLaren 720S เป็นรถซุปเปอร์คาร์ ที่อยู่ใน Super Series ของ Mclaren อ่านมาตรงนี้แล้วงงไหม? งั้นเราขออธิบายเพิ่ม ว่า Mclaren แบ่งรถในการทำตลาดโลกออกเป็น 3 Series เพื่อจับกลุ่มตลาดอย่างชัดเจนดังนี้
- Sports Series – มีรุ่น 540C (รุ่นเริ่มต้น ออกสู่ตลาดปี 2013) /570S/570GT กลุ่มนี้เล็งลูกค้า Porsche 911 ในตลาดเมืองไทยมีคนให้เช่า Mclaren 540C ซึ่งเป็นรถที่ดี แต่ด้วยอายุ 12-13 ปีของรถ รวมทั้ง Technology ที่เก่าแล้ว อาจจะไม่สุดพอ
- Super Series – นี่คือตำแหน่งของ 650S และ 720S ในปัจจุบันคือซูเปอร์คาร์ มีระดับเทียบเท่า 488GTB หรือ Huracan EVO
- Ultimate Series – คือไฮเปอร์คาร์ที่ผลิตจำนวนจำกัด ราคาแพง สำหรับลูกค้าเฉพาะกลุ่ม เช่น P1/ Senna/ Speedtail
ฉะนั้น Mclaren 720S ของเรา จึงอยู่ในกลุ่มของ Supercar ที่จริงจัง และมีเทคโนโลยีมาจากสนามแข่ง F1 โดยตรง


ถ้าคุณชอบรถ Formular 1 คุณต้องลอง เช่ารถ Mclaren 720S คันนี้


McLaren 720S ได้นำเอาเทคโนโลยีจากสนามแข่ง F1 ที่ปัจจุบันทีม McLaren ถือเป็นทีมที่เป็นทั้งว่าที่ Contructor และ Driver Champoin โดยเฉพาะ Constructor ที่ได้แชมป์มา 2 สมัยติดกันแล้ว เรามาดูกันว่าทำไมถึงเป็นที่สุดด้าน Supercar
- ให้ความสำคัญกับ Aerodynamic มากที่สุด 720S จะไม่ได้มีช่องดักอากาศขนาดใหญ่ บริเวณข้างตัวรถเหมือนกับ Supercar ทั่วไป แต่ช่องดักอากาศเข้าเครื่องถูกซ่อนเอาไว้ตั้งแต่ประตูข้าง ที่ออกแบบมาให้รีดอากาศตรงเข้าห้องเครื่องเลย ส่วนด้านหน้า ก็ไม่ได้มีช่องขนาดใหญ่ให้สังเกตุเห็นชัด ซึ่งจะเหมือนกับรถ Formular 1 ที่ทำทุกๆอย่างให้มีผลกับ Aero Dynamic
- ตัวถังสร้างจาก Carbon Fiber ทั้งเฟรมแบบชิ้นเดียว เหมือนกับรถ Formular 1 ซึ่งไม่มีใครกล้าพอที่จะทำแบบนี้ เทคโนโลยีนี้เรียกว่า Carbon Fiber MonoCage II ที่มีลักษณะเป็นอ่างคาร์บอนเลยชิ้นเดียว ใครก็รู้กันว่าคาร์บอนไฟเบอร์ คือวัสดุที่เบาที่สุด และแข็งแรงที่สุด รองรับการยืดหยุ่นได้มากที่สุด และเป็นวัสดุที่ดีสำหรับรถแข่งมากที่สุดนั่นเอง
- ตัวรถมีน้ำหนักเบามาก น้ำหนักรถเปล่าเพียง 1,283 กิโลกรัม และเมื่อเติมของเหลวทั้งหมดจะกลายเป็น 1,419 กิโลกรัม เป็นผลมาจากการทำ Weight Reduction เช่น ตัวถัง Carbon MonoCage II การเลือกใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบาทั้งคัน น้ำหนักเป็นเรื่องที่มีผลมากๆต่อการขับขี่ของรถ Supercar
- ออกแบบ Cockpit นักขับให้เป็น Driving Focus เช่น พวงมาลัยที่ไม่มีปุ่ม Multifunction เลย เป็นพวงมาลัยเปล่าๆ เหตุผลคือไม่ต้องการให้คนขับมือไปโดนปุ่มต่างๆโดยไม่ได้ตั้งใจ รวมทั้งตำแหน่งที่นั่งที่เยื้องมาทางกลางรถมากที่สุด และตำแน่งของแป้นเบรคและคันเรง ที่เหมาะกับการขับแบบ 2 เท้า (เท้าซ้ายเบรก เท้าขวาคันเร่ง) มากๆ

ราคาจำหน่าย McLaren 720S หากคุณอยากจะซื้อรถคันนี้ในไทย
McLaren 720S ได้ถูกนำเข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทย ผ่าน Niche Cars ที่เปิดราคาที่ 29,500,000 ก่อนจะปรับลดราคา 3,000,000 บาทเพื่อให้ราคารถเปล่าอยู่ที่ 26,500,000 ไม่รวมออปชั่น เมื่อรวมกับออปชั่นที่มีของเราแล้ว รถคันนี้มีราคารวมที่ 33,500,000 เลยทีเดียว และได้เปิดตัวในไทยประมาณปี 2018 และเริ่มส่งมอบรถในปี 2019 ถึงปัจจุบัน
เรือนไมล์ที่สามารถสลับเป็น 2 จอได้ของ Mclaren 720S
ตัวถัง Carbon Fiber ทั้งคัน และโลโก้ชื่อรุ่นอยู่บริเวณเสาประตู
หน้าจอ Center Screen ที่สามารถ Touch หน้าจอได้
รายละเอียดของตัวรถที่น่าสนใจ
หลายๆคนรู้ว่า McLaren 720S เป็นรถที่มีเทคโนโลยีจากสนามแข่ง F1 และเป็นรถ Supercar ที่คุ้มค่าที่สุดคันหนึ่งในโลก เพราะสร้างจาก Carbon Fiber MonoCage II ที่เป็นอ่างห้องโดยสารของรถ เรามาดูรายละเอียดกันว่ามันดีอย่างไร
Dimension & Practicalities
- มิติตัวถัง ยาว x กว้าง x สูง : 4,543 x 1,930 x 1,196 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ : 2,670 มิลลิเมตร
- น้ำหนักตัวรถเปล่าแบบไม่มีของเหลว 1,283 กิโลกรัม น้ำหนักตัววัดตามมาตรฐาน DIN 1,419 กิโลกรัม
- ที่เก็บสัมภาระด้านท้าย 210 ลิตร ด้านหน้า 150 ลิตร
- ประตูรถแบบ Twin-hinged Dihedral doors
- Carbon Fibre Monocage II ซึ่งใช้โครงสร้างอ่างคาร์บอน ซึ่งจะเลยมาถึงเสา A-pillar เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับตัวถัง
Engine & Drivetrain, and Performance
- เครื่องยนต์เบนซิน M840T V8 90 องศา ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบแบบ Twin-scroll
- พลังสูงสุด 720 แรงม้า (PS) ที่ 7,250 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 770 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบต่อนาที
- ใช้อ่างน้ำมันเครื่องแบบ Dry Sump กดให้เครื่องยนต์ต่ำ และใช้ปั๊มแรงดันสูงสูบฉีดน้ำมันเครื่องไปยังจุดต่างๆ)
- ระบบส่งกำลังของแบบคลัตช์คู่ SSG (Seamless Shift Gearbox) 7 จังหวะ
- อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ภายใน 2.9 วินาที
- อัตราเร่งจาก 0-200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 7.8 วินาที
- วิ่งควอเตอร์ไมล์ได้ภายใน 10.5 วินาที
- ความเร็วสูงสุด Top Speed 341 km/h
- ระยะเบรกหยุดจากความเร็ว 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลา 4.6 วินาทีกับระยะเบรก 117 เมตร
Suspension, Steering and Braking System
- ช่วงล้างด้านหน้า/หลัง : อิสระปีกนกคู่พร้อมระบบ Proactive Chassis Control II ปรับความหนืดตามอัตโนมัติแบบแปรผัน
- พวงมาลัย แร็คแอนด์พีเนียน ควบคุมด้วย Electronic
- ระบบเบรก : ดิสก์เบรก 4 ล้อ ระบบเบรกคาร์บอนเซรามิก จานเบรกหน้า 390 มิลลิเมตร จานเบรกหลัง 380 มิลลิเมตร
- เฟืองท้าย กำกับการส่งแรงขับเคลื่อนระหว่างล้อซ้ายและขวาด้วย Brake Steer แยกจับเบรกแบบอิสระ
- ยางล้อคู่หน้า ขนาด 245/35R19 – คู่หลัง 305/30R20
- Instrument Cluster หน้าปัทม์แบบสลับระหว่างจอ TFT ขนาดใหญ่ และจอเส้น แสดงผลเท่าที่จำเป็นในโหมด Race







