
เช่ารถ Lamborghini Huracan EVO 2024 รุ่นใหม่ล่าสุด


สุดยอดของตำนาน Supercar V10 NA รุ่นสุดท้ายของ Lamborghini วันนี้ หากคุณต้องการรถซุปเปอร์คาร์ที่การขับขี่ยอดเยี่ยม เครื่องยนต์แรง เสียงท่อเร้าใจ และที่สำคัญดึงดูดทุกสายตาบนท้องถนน เราขอแนะนำให้คุณ เช่ารถ Lamborghini Huracan EVO 2024 คันนี้เลย


Huracan มีทั้งหมดกี่รุ่นบ้างนะ ?
Lamborghini Huracan เปิดตัวเมื่อปี 2014 เป็น LP610-4 ขับเคลื่อน 4 ล้อ หลังจากนั้นในปี 2016 ได้เปิดตัวรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง LP580-2 และในปี 2017 ได้เปิดตัวรุ่นพิเศษ Light Weight ที่เรียกว่า Huracan Performante ออกมา เป็นที่ฮือฮามาก และในปี 2020 ได้มีการปรับโฉมครั้งยิ่งใหญ่ โดยการออกรุ่น Huracan EVO ที่มีการปรับเปลี่ยนอย่างมาก จากรุ่นก่อนๆ จนกลายเป็นรถคันใหม่ และในปี 2022 ได้เปิดตัวรุ่น Light Weight ที่เป็น Track Focus Car ชื่อว่า Huracan STO ออกมา

และในปี 2023 ได้เปิดตัวรุ่น Tecnica ที่เป็นรุ่นสุดท้ายของ Huracan และเป็น Lamborghini V10 N/A รุ่นสุดท้าย ก่อนที่ในปลายปี 2024 จะมีการเปิดตัว Lamborghini Temerario ซึ่งเป็น V8 Hybrid สายพันธ์ใหม่ โดยสรุปจะเป็นดังนี้ 2014 – Huracan LP610-4 2016 – Huracan RWD LP580-2 2017 – Huracan Performante 2020 – Huracan EVO 2022 – Huracan STO 2023 – Huracan Tecnica

กระทิงดุ Huracan มาพร้อม Full Option ล้นคัน
รายการออปชั่นเพิ่มเติมที่ไม่เหมือนใครของ Lamborghini Huracan EVO RWD 2024
- Lamborghini Dynamic Steering (LDS) ระบบพวงมาลัยแปรฝัน
- Ceramic Composite Braking System with Yellow Caliper
- Front and rear parking sensors
- Lamborghini Smartphone interface (Apple CarPlay®)
- Rear View Camera
- Lifting system with magneto – Rheologic Suspension
- Style Package – High Gloss Black
- Embroidered Lamborghini Shield on Headrest

รายละเอียดทางเทคนิคและสมรรถนะเครื่องยนต์
- เครื่องยนต์ 5.2 ลิตร V10 N/A วางกลาง
- 610 แรงม้า แรงบิด 560 นิวตัน-เมตร
- เกียร์อัตโนมัติ LDF DCT 7 จังหวะ ส่งกำลังผ่านระบบขับเคลื่อนล้อหลัง
- อัตราเร่ง 0-100 km/h ใน 3.3 วินาที
- อัตราเร่ง 0-200 km/h ใน 9.3 วินาที
- ความเร็วสูงสุด 330 km/h
- Platform อะลูมิเนียมและคาร์บอนไฟเบอร์
- น้ำหนักตัวถังรถ 1,389 กิโลกรัม
- ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี Performance Traction Control System (P-TCS) ปรับแต่งใหม่โดยเฉพาะ

เครื่องยนต์ V10 NA ของ Lamborghini Huracan EVO
เช่ารถ Lamborghini Huracan EVO ทั้งที ต้องมี Option อย่างนี้นะ
หากคุณกำลังตัดสินใจเลือกในการ เช่ารถ Lamborghini Huracan EVO ควรจะ Make Sure ว่ารถที่คุณต้องการเช่า มีรายออปชั่น 2-3 อย่างนี้
- เบรค Ceramic และจานเบรคขนาดใหญ่ หากไม่มี รถที่มีแรงม้ากว่า 610 ตัว ผนวกกับความแรงระดับนี้ การจะหยุดรถได้ที่ความเร็ว 200 km/h หรือมากกว่า เป็นเรื่องที่คุณควรให้ความสำคัญมากๆ

- ช่วงล่าง Megneto เป็นช่วงล่างระบบผงแม่เหล็ก ที่จะปรับความแข็งอ่อนของรถ ให้นุ่มกำลังดีในความเร็วต่ำ และมั่นคงในความเร็วสูง หากไม่มี รถจะแข็งมาก และมีระยะยุบตัวของ Shock Absorber น้อยเกินไป

- Lifting System ที่จะยกรถด้านหน้าขึ้น หากต้องเจอทางลาดชัน หรือต้องขึ้นที่จอดตามห้างต่างๆ หากไม่มี รับรองว่าครูดแน่นอน เพราะ Huracan EVO เป็นรถที่มี Ground Clearance ต่ำมากที่สุดคันหนึ่งในตลาด

หน้าจอกลางที่เชื่อมต่อ Apple CarPlay
- Rear View Camera ด้วยมุมอับที่ค่อนข้างเยอะ หากไม่มีกล้องถอยหลัง คุณจะจอดรถได้อย่างลำบากมาก

พวงมาลัยและหน้าจอคนขับของ Lamborghini Huracan EVO
- พวงมาลัย LDS ที่มีระบบ Survotronic ปรับอัตราทดรอบ ในความเร็วต่ำให้เลี้ยวเพียงนิดเดียว และน้ำหนัก ต้องบอกว่ารถที่มี กับไม่มี มีความแตกต่างกันเหมือนรถคนละคันกันเลย

- เปลี่ยนสีรถได้ตามใจชอบ เรามีทั้งสีขาว (White) เขียวมะนาว (Lemon Green) และส้ม (Orange is a new Black) ให้เลือก

ฟิลลิ่งการขับขี่ Lamborghini Huracan EVO 2024 ของ Primes เป็นอย่างไรบ้าง ?

ท่อไอเสียไทเทเนี่ยมจาก Akrapovic
เสียงเครื่องยนต์และท่อไอเสีย – เป็นที่สุดของรถคันนี้ ด้วยเครื่อง V10 N/A (Naturally Aspirated) ที่ไร้ระบบอัดอากาศ ทำให้การจุดระเบิดรอบสูงของเครื่องยนต์ สามารถเร่งได้ถึง 8,500 rpm เลยทีเดียว ให้เสียงทุ่มหวานสะใจ สนุกทุกครั้งตั้งแต่สตาร์ท
เครื่องยนต์ V10 NA ของ Lamboghini Huracan EVO
ท่อไอเสีย Titanium – Akrapovic ที่ให้เสียงเร้าใจตั้งแต่ตอนสตาร์ท และเป็นสิ่งที่เจ้าของ Huracan ทุกคนชอบฟังมากกว่าเครื่องเสียงในรถ ในโหมด Strada จะไม่ดังเลย ขับได้ไม่รบกวนใคร แต่หากเป็นโหมด Sport หรือ Corsa รถคันนี้จะกลายเป็นพายุ Huricane สมชื่อเลย
หน้าจอโหมด Corsa ของ Huracan
พวงมาลัยและการบังคับควบคุม – คันเก่าเราไม่มี LDS (Lamborghini Dynamic Steering Wheel) ทำให้ฟิลลิ่งของคันใหม่นี้ เป็นฟิลลิ่งที่ยอดเยี่ยมมาก น้ำหนักพวงมาลัยเบาที่ความเร็วต่ำ หนักแน่นที่ความเร็วสูง และมีระบบปรับอัตราทด ทำให้เลี้ยวที่แคบหรือเข้าจอดได้ง่ายขึ้นมาก ในความเร็วสูง ให้ความมั่นใจอย่างเหลือล้น คุณจะรู้สึกว่าควบคุมรถคันนี้ได้อย่างเชื่องมือ การเปลี่ยนเลนส์ทำได้อย่างง่ายดาย Paddle Shift ใช้ง่ายสะดวกมือ รวมทั้งไฟเลี้ยว และไฟเตือนต่างๆ สามารถทำได้ที่พวงมาลัยเลยทันที
การเข้าโค้งและการ Balancing – ยอดเยี่ยม หากคุณขับรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ อาจจะมีอาการ Understeer ที่ค่อนข้างสุง แต่กับรุ่น RWD แล้ว เป็นรถที่เข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ และมีอาการท้ายปัดที่น้อยมากๆ เมื่อเทียบกับคู่แข่งที่เป็นรถขับเคลื่อนล้อหลังเช่น Ferrari F8 หรือ 296
ช่วงล่างและความรู้สึกตอนขับขี่ – นุ่มสบายที่ความเร็วต่ำหรือในเมือง (ต้องบอกว่าไม่ได้นุ่มนวลเหมือน S Class นะแต่นุ่มในแบบของ Supercar ที่คุณจะรับรู้ถึงทุกผิวสัมผัสของถนนในการขับ แต่คล่องตัวเพราะน้ำหนักรถเพียง 1.3 ตันทำให้ขับง่าย)
ความเร็วสูงเป็นช่วงล่างที่พิเศษมากๆ อาการยุบตัวน้อย และไม่มีการว่อกแว่กให้เห็นแม่แต่น้อย การขับขี่ต้องบอกว่ามั่นใจมากๆ ช่วงล่างตอนเข้าโค้งหนักๆ ให้ความรู้สึกที่รถไปเป็นก้อน เพราะเครื่องวางหลัง และการกระจายน้ำหนัก ที่ถ่ายไปด้านหลังมากกว่า
